ทีดินไอคิว
กฎหมายที่ดิน

โอนที่ดินมรดก ค่าธรรมเนียม ผู้จัดการมรดก และกับดักที่ทายาทมักพลาด (2569)

คู่มือโอนที่ดินมรดก: ทายาทโดยธรรม 6 ลำดับคือใคร ตั้งผู้จัดการมรดกเมื่อไร ค่าธรรมเนียม 0.5% ของราคาประเมิน ภาษีรับมรดกใครต้องเสีย และความเสี่ยงถ้าปล่อยไว้ไม่โอน

การโอนที่ดินมรดกคือการนำหลักฐานการตายของเจ้าของเดิมและหลักฐานความเป็นทายาท ไปยื่นคำขอจดทะเบียนประเภท "โอนมรดก" ที่สำนักงานที่ดินที่ที่ดินตั้งอยู่ เจ้าหน้าที่จะสอบสวนแล้วประกาศ 30 วัน ถ้าไม่มีผู้คัดค้านจึงจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อในโฉนดให้ โดยเสียค่าธรรมเนียม 0.5% ของราคาประเมินทุนทรัพย์ ฟังดูตรงไปตรงมา แต่ในทางปฏิบัติที่ดินมรดกจำนวนมากค้างอยู่ในชื่อคนที่เสียชีวิตไปหลายสิบปี เพราะทายาทไม่รู้ว่าต้องเริ่มจากตรงไหน และยิ่งทิ้งไว้นาน การจัดการยิ่งแพงและยิ่งยุ่ง

ได้ที่ดินมรดกมา ต้องทำอะไรเป็นอย่างแรก?

เริ่มจากรวบรวมเอกสาร 3 ชุดก่อนไปสำนักงานที่ดิน เพราะเจ้าหน้าที่จะสอบสวนจากเอกสารเหล่านี้เป็นหลัก

  1. หลักฐานการตายของเจ้ามรดก — ใบมรณบัตร และทะเบียนบ้านที่จำหน่ายชื่อผู้ตายแล้ว
  2. หลักฐานแสดงสิทธิในที่ดิน — โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ฉบับจริง ถ้าหาไม่เจอต้องขอใบแทนที่สำนักงานที่ดินก่อน
  3. หลักฐานความเป็นทายาท — บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ขอ สูติบัตร ทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า หรือพินัยกรรม (ถ้ามี) รวมถึงเอกสารของทายาทคนอื่นที่ต้องให้ความยินยอม

อีกจุดที่ต้องเช็คตั้งแต่ต้นคือ ประเภทเอกสารสิทธิ เพราะโฉนด น.ส.3ก และ ส.ป.ก. มีเงื่อนไขการตกทอดต่างกัน โดยเฉพาะที่ดิน ส.ป.ก. ที่ตกทอดได้เฉพาะทายาทที่มีคุณสมบัติตามระเบียบ ไม่ใช่ทายาททุกคนอัตโนมัติ (ดู ประเภทเอกสารสิทธิที่ดิน)

ใครมีสิทธิรับมรดกที่ดินบ้าง?

ถ้าเจ้ามรดกทำพินัยกรรมไว้ ให้เป็นไปตามพินัยกรรมก่อน แต่ถ้าไม่มีพินัยกรรม ทรัพย์มรดกจะตกแก่ ทายาทโดยธรรม ตามลำดับใน ป.พ.พ. มาตรา 1629

ลำดับทายาทโดยธรรม
1ผู้สืบสันดาน (บุตร หลาน เหลน)
2บิดามารดา
3พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
4พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน
5ปู่ ย่า ตา ยาย
6ลุง ป้า น้า อา

หลักสำคัญคือ ลำดับต้นตัดลำดับหลัง ถ้ามีทายาทลำดับ 1 อยู่ ลำดับ 3-6 จะไม่ได้รับเลย ยกเว้นบิดามารดา (ลำดับ 2) ที่ยังมีสิทธิรับส่วนแบ่งอีกหนึ่งส่วน ส่วน คู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสถูกต้อง เป็นทายาทโดยธรรมเสมอ โดยได้ส่วนแบ่งมากน้อยตามว่ามีทายาทลำดับใดร่วมอยู่ และต้องแยก สินสมรสครึ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นของคู่สมรสอยู่แล้วออกก่อน เพราะส่วนนั้นไม่ใช่มรดก

ต้องตั้งผู้จัดการมรดกไหม หรือไปสำนักงานที่ดินเองได้เลย?

ไม่จำเป็นทุกกรณี ถ้าทายาททุกคนพร้อมใจกันและเอกสารครบ ยื่นคำขอรับมรดกที่สำนักงานที่ดินได้โดยตรง เจ้าหน้าที่จะสอบสวน ประกาศ 30 วัน และจดทะเบียนให้ถ้าไม่มีผู้คัดค้าน

แต่ควรร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกเมื่อเข้ากรณีเหล่านี้

  • ทายาทบางคนไม่ยินยอม คัดค้าน หรือติดต่อไม่ได้
  • ทายาทบางคนเป็นผู้เยาว์ หรืออยู่ต่างประเทศ
  • เอกสารพิสูจน์ความเป็นทายาทไม่ครบ เช่น ไม่มีสูติบัตร หรือชื่อสะกดไม่ตรงกัน
  • มีพินัยกรรมที่ต้องตีความ หรือมีมรดกหลายรายการหลายจังหวัด
  • ที่ดินติดจำนองหรือมีเจ้าหนี้ที่ต้องเคลียร์

คำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกทำให้มีคนกลางที่มีอำนาจจัดการทรัพย์ได้จริง และมีข้อดีทางกฎหมายอีกข้อ คือ เมื่อมีผู้จัดการมรดกแล้ว ทายาทฟ้องให้ผู้จัดการมรดกแบ่งทรัพย์ได้โดยไม่ตกอยู่ในอายุความ 1 ปีตามมาตรา 1754

โอนที่ดินมรดกเสียค่าใช้จ่ายเท่าไร?

รายการอัตราหมายเหตุ
ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนโอนมรดก (ทายาทโดยธรรม)0.5% ของราคาประเมินทุนทรัพย์อัตราหลักที่ทายาทส่วนใหญ่จ่าย
ค่าธรรมเนียมกรณีผู้รับพินัยกรรมที่ไม่ใช่ทายาทโดยธรรม2% ของราคาประเมินทุนทรัพย์เช่น ยกให้เพื่อนหรือมูลนิธิ
ค่าคำขอ ค่าประกาศ ค่าพยานหลักสิบบาทเก็บตามระเบียบสำนักงานที่ดิน
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย / อากรแสตมป์ / ภาษีธุรกิจเฉพาะไม่มีเพราะการรับมรดกไม่ใช่การขาย
ภาษีการรับมรดกเฉพาะส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท5% บุพการี/ผู้สืบสันดาน · 10% รายอื่น · คู่สมรสยกเว้น

ข้อควรระวังที่คนสับสนบ่อย คือ มาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนเหลือ 0.01% เป็นมาตรการสำหรับการซื้อขายที่อยู่อาศัย ไม่ใช่การรับมรดก การจดทะเบียนโอนมรดกใช้อัตราตามตารางข้างต้นตามปกติ อ่านเงื่อนไขของมาตรการนั้นได้ที่ ค่าโอน 0.01% ใช้กับอะไรได้บ้าง และดูภาพรวมค่าโอนกรณีซื้อขายทั่วไปได้ที่ ค่าโอนที่ดินมีอะไรบ้าง

และต้องคิดล่วงหน้าเรื่อง ภาษีตอนขายต่อ ถ้ารับโอนมาแล้วขายภายหลัง ขั้นตอนขายจะเสียภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายและค่าธรรมเนียมตามปกติของการซื้อขาย ซึ่งที่ดินที่ได้มาทางมรดกใช้วิธีคำนวณคนละแบบกับที่ดินที่ซื้อมาเอง ควรสอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนตัดสินใจ

ทายาทหลายคน ที่ดินแปลงเดียว แบ่งกันอย่างไร?

มี 3 ทางเลือกหลัก ที่ให้ผลระยะยาวต่างกันมาก

  1. ถือกรรมสิทธิ์รวม — ใส่ชื่อทายาททุกคนในโฉนดเดียวกัน ง่ายที่สุดตอนโอน แต่หลังจากนั้นการขาย จำนอง หรือให้เช่า ต้องได้ลายเซ็นครบทุกคน และถ้าทายาทคนใดเสียชีวิตต่อ สิทธิจะแตกไปสู่ทายาทของเขาอีกชั้น
  2. แบ่งแยกโฉนด — รังวัดแบ่งแปลงให้ถือแยกกัน มีค่ารังวัดและใช้เวลา แต่จบปัญหาการขอลายเซ็นในอนาคต เหมาะกับแปลงใหญ่ที่แบ่งแล้วยังใช้ประโยชน์ได้ทุกแปลง
  3. ให้คนใดคนหนึ่งรับไปแล้วจ่ายเงินชดเชย — เหมาะกับบ้านหรือห้องชุดที่แบ่งกายภาพไม่ได้ ต้องตกลงมูลค่ากันให้ชัดก่อน ซึ่งเป็นจุดที่ครอบครัวขัดแย้งกันบ่อยที่สุด

การดูราคาอ้างอิงในทำเลเดียวกันก่อนคุยกัน ช่วยลดความรู้สึกว่าใครได้เปรียบเสียเปรียบได้มาก ทั้งราคาประเมินทุนทรัพย์ของกรมธนารักษ์และทรัพย์ที่กำลังขายอยู่ในพื้นที่ ใช้เป็นจุดตั้งต้นเจรจาได้ทั้งคู่

ที่ดินมรดกติดจำนองหรือถูกยึด จะเกิดอะไรขึ้น?

หนี้ไม่หายไปพร้อมกับเจ้าของ จำนองเป็นทรัพยสิทธิที่ติดไปกับตัวที่ดิน ทายาทที่รับที่ดินมาก็รับภาระจำนองนั้นมาด้วย แต่มีหลักคุ้มครองสำคัญคือ ทายาทไม่ต้องรับผิดในหนี้ของเจ้ามรดกเกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตนได้รับ กรณีเลวร้ายที่สุดคือเสียทรัพย์มรดกไป ไม่ใช่ต้องเอาทรัพย์สินส่วนตัวมาใช้หนี้

สิ่งที่ควรทำทันทีเมื่อรู้ว่าที่ดินติดจำนอง คือ ตรวจสารบัญจดทะเบียนหลังโฉนด ที่สำนักงานที่ดินว่ามีจำนอง อายัด หรือคำสั่งยึดค้างอยู่หรือไม่ แล้ว ติดต่อเจ้าหนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อขอยอดหนี้คงเหลือและเจรจาเงื่อนไข ธนาคารหลายแห่งเปิดให้ทายาทรับช่วงผ่อนต่อได้ อย่ารอจนถูกฟ้องบังคับคดี เพราะเมื่อเข้าสู่กระบวนการขายทอดตลาดแล้ว ทางเลือกของทายาทจะเหลือน้อยลงมาก (ดูวิธีตรวจภาระจำนองก่อนรับโอนที่ ซื้อที่ดินติดจำนอง ต้องระวังอะไร)

ปล่อยไว้ไม่โอนได้ไหม?

ทำได้ในทางปฏิบัติ แต่เป็นการผลัดปัญหาให้ใหญ่ขึ้น ความเสี่ยงที่เกิดจริงบ่อยที่สุดมี 4 ข้อ

  • อายุความคดีมรดก — ป.พ.พ. มาตรา 1754 ห้ามฟ้องคดีมรดกเมื่อพ้น 1 ปีนับแต่ทายาทโดยธรรมรู้หรือควรรู้ถึงการตายของเจ้ามรดก และห้ามฟ้องเมื่อพ้น 10 ปีนับแต่เจ้ามรดกตาย มีข้อพิพาทแล้วนิ่งไว้ อาจหมดสิทธิเรียกร้อง
  • ครอบครองปรปักษ์ — ที่ดินมีโฉนดที่ปล่อยร้างและมีคนอื่นเข้าใช้อย่างเจ้าของโดยสงบ เปิดเผย ครบ 10 ปี อาจถูกอ้างสิทธิได้ (ดู ครอบครองปรปักษ์คืออะไร)
  • ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง — เดินสะสมทุกปีไม่ว่าจะโอนชื่อแล้วหรือยัง
  • จำนวนทายาทบานปลาย — ทุกปีที่ผ่านไป ทายาทรุ่นเดียวกันมีโอกาสเสียชีวิตเพิ่ม สิทธิแตกไปสู่รุ่นถัดไป จนถึงจุดที่ต้องตามคนหลายสิบคนมาเซ็นพร้อมกัน

สรุป

ถ้าทายาทไม่ขัดแย้งกันและเอกสารครบ โอนที่ดินมรดกยื่นเองที่สำนักงานที่ดินได้ เสียค่าธรรมเนียม 0.5% ของราคาประเมิน รอประกาศ 30 วัน ก็เปลี่ยนชื่อในโฉนดได้ ส่วนกรณีมีข้อพิพาท ทายาทติดต่อไม่ได้ หรือที่ดินติดจำนอง ควรตั้งผู้จัดการมรดกผ่านศาลตั้งแต่ต้น และอย่าปล่อยให้เรื่องค้างข้ามปี เพราะต้นทุนของการรอไม่ได้เป็นศูนย์

ถ้ากำลังชั่งใจว่าจะเก็บที่ดินมรดกไว้ แบ่งกัน หรือขายต่อ ลองดูว่าทำเลใกล้เคียงมีทรัพย์อะไรกำลังขายอยู่บ้างที่ TeedinIQ รวมทรัพย์ NPA ธนาคารและทรัพย์ขายทอดตลาดทั่วประเทศ พร้อมข้อมูลผังเมือง ความเสี่ยงน้ำท่วม และราคาประเมินในหน้าเดียว หรือตั้งค่าแจ้งเตือนทรัพย์ในทำเลที่สนใจ และอ่านคู่มือกฎหมายที่ดินเรื่องอื่นต่อได้ที่บล็อกของเรา

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย กรณีที่มีข้อพิพาทระหว่างทายาท พินัยกรรมที่ต้องตีความ หรือมรดกมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความและสอบถามเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินในพื้นที่ก่อนดำเนินการ

คำถามที่พบบ่อย

โอนที่ดินมรดกเสียค่าธรรมเนียมเท่าไร

การจดทะเบียนประเภทโอนมรดกให้ทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรมที่เป็นทายาทโดยธรรม เสียค่าธรรมเนียม 0.5% ของราคาประเมินทุนทรัพย์ บวกค่าคำขอ ค่าประกาศ และค่าพยานอีกหลักสิบบาท ถ้าผู้รับเป็นผู้รับพินัยกรรมที่ไม่ใช่ทายาทโดยธรรมจะเสีย 2% เนื่องจากการรับมรดกไม่ใช่การซื้อขาย จึงไม่มีภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย อากรแสตมป์ หรือภาษีธุรกิจเฉพาะในขั้นตอนนี้

ต้องตั้งผู้จัดการมรดกทุกกรณีหรือไม่

ไม่ทุกกรณี ถ้าเจ้ามรดกไม่มีพินัยกรรม ทายาทไม่ขัดแย้งกัน และเอกสารพิสูจน์ความเป็นทายาทครบ ทายาทยื่นคำขอรับมรดกที่สำนักงานที่ดินได้โดยตรง เจ้าหน้าที่จะสอบสวนแล้วประกาศ 30 วัน ถ้าไม่มีผู้คัดค้านจึงจดทะเบียนให้ แต่ถ้ามีทายาทคัดค้าน ทายาทบางคนติดต่อไม่ได้ เอกสารไม่ครบ หรือมีพินัยกรรมที่ต้องตีความ ต้องร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกก่อน

ภาษีการรับมรดกต้องเสียทุกคนไหม

ไม่ ตาม พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 จะเสียภาษีเฉพาะเมื่อมูลค่ามรดกที่ได้รับจากเจ้ามรดกรายเดียวกันเกิน 100 ล้านบาท และเสียเฉพาะส่วนที่เกิน ในอัตรา 5% สำหรับบุพการีหรือผู้สืบสันดาน และ 10% สำหรับผู้รับรายอื่น ส่วนคู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายได้รับยกเว้น ทายาทส่วนใหญ่ในไทยจึงไม่เข้าเกณฑ์ต้องเสียภาษีนี้

ปล่อยที่ดินมรดกไว้ไม่โอนชื่อ มีความเสี่ยงอะไร

เสี่ยงหลายด้าน คดีมรดกมีอายุความห้ามฟ้องเมื่อพ้น 1 ปีนับแต่ทายาทรู้หรือควรรู้ถึงการตายของเจ้ามรดก และห้ามฟ้องเมื่อพ้น 10 ปีนับแต่เจ้ามรดกตาย ที่ดินที่ทิ้งร้างยังเสี่ยงถูกผู้อื่นครอบครองปรปักษ์ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างยังเดินสะสมทุกปี และเมื่อเวลาผ่านไปทายาทรุ่นถัดไปเสียชีวิตเพิ่ม จำนวนผู้มีสิทธิจะยิ่งมากขึ้นจนตามตัวมาเซ็นเอกสารพร้อมกันได้ยาก