ทีดินไอคิว
กฎหมายที่ดิน

ขายฝากที่ดินคืออะไร? ต่างจากจำนองตรงไหน ไถ่คืนอย่างไรไม่ให้ที่ดินหลุด (2569)

ขายฝากที่ดินคือการขายที่กรรมสิทธิ์โอนทันทีแต่ไถ่คืนได้ภายในกำหนด ต่างจากจำนองที่กรรมสิทธิ์ยังอยู่กับเจ้าของ สรุปสิทธิตาม พ.ร.บ. ขายฝาก 2562 และเพดานสินไถ่

ขายฝากคือสัญญาซื้อขายรูปแบบหนึ่งที่กรรมสิทธิ์ในที่ดินโอนไปเป็นของผู้ซื้อฝากทันทีตั้งแต่วันจดทะเบียน โดยผู้ขายฝากได้เงินก้อนไปใช้ และเหลือเพียง "สิทธิไถ่" ทรัพย์คืนภายในเวลาที่ตกลงกัน ถ้าไถ่ไม่ทัน ที่ดินหลุดเป็นของผู้ซื้อฝากโดยสมบูรณ์ โดยไม่ต้องผ่านการฟ้องศาลหรือขายทอดตลาดใด ๆ ทั้งสิ้น จุดนี้เองที่ทำให้ขายฝากเป็นทั้งช่องทางเงินด่วนยอดนิยมของคนที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อธนาคาร และเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้คนไทยจำนวนมากเสียที่ดินทั้งแปลงไปจากเงินกู้ก้อนเดียว

บทความนี้สรุปกลไกของขายฝาก ความแตกต่างจากจำนอง สิทธิที่กฎหมายคุ้มครองผู้ขายฝาก ค่าใช้จ่าย ความเสี่ยงของทั้งสองฝั่ง และเช็คลิสต์ก่อนตัดสินใจ

ขายฝากที่ดินคืออะไร?

ขายฝากคือการขายทรัพย์สินโดยมีข้อตกลงพิเศษว่า ผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ทรัพย์นั้นคืนได้ภายในกำหนดเวลา ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 491 สำหรับอสังหาริมทรัพย์อย่างที่ดินหรือบ้าน สัญญาขายฝากต้องทำเป็นหนังสือและ จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานที่ดินเท่านั้น หากทำกันเองบนกระดาษหรือตกลงปากเปล่า สัญญาตกเป็นโมฆะ และกำหนดเวลาไถ่สำหรับอสังหาริมทรัพย์จะเกิน 10 ปีไม่ได้

เหตุที่ขายฝากได้รับความนิยมคือ ผู้ขายฝากได้เงินเร็ว ไม่ต้องผ่านการตรวจเครดิตแบบสินเชื่อธนาคาร ส่วนผู้ซื้อฝาก (ผู้ให้เงิน) ก็ถือกรรมสิทธิ์เป็นหลักประกันเต็มรูปแบบตั้งแต่วันแรก ความสะดวกนี้แลกมากับความเสี่ยงฝั่งผู้ขายฝากที่สูงกว่าการกู้แบบอื่นอย่างมีนัยสำคัญ

ขายฝากต่างจากจำนองอย่างไร?

คำตอบสั้นที่สุด: ต่างกันที่กรรมสิทธิ์ จำนองเป็นเพียงการนำที่ดินไปเป็นหลักประกันหนี้ กรรมสิทธิ์ยังอยู่กับเจ้าของเดิม เจ้าหนี้ที่จะยึดทรัพย์ต้องฟ้องศาลบังคับจำนองและนำทรัพย์ออกขายทอดตลาดตามขั้นตอน ส่วนขายฝากกรรมสิทธิ์โอนไปยังผู้ซื้อฝากทันทีตั้งแต่วันจดทะเบียน หากพ้นกำหนดไถ่ ทรัพย์หลุดทันทีโดยไม่ต้องขึ้นศาล

ประเด็นจำนองขายฝาก
กรรมสิทธิ์ ณ วันทำสัญญายังเป็นของเจ้าของที่ดินโอนให้ผู้ซื้อฝากทันที
เมื่อผิดนัดหรือไม่ไถ่เจ้าหนี้ต้องฟ้องศาลและขายทอดตลาดทรัพย์หลุดเป็นของผู้ซื้อฝากโดยไม่ต้องฟ้อง
ระยะเวลากระบวนการยึดทรัพย์ยาว มีขั้นตอนศาลและบังคับคดีสั้น พ้นกำหนดไถ่คือจบ
ความเสี่ยงเสียทรัพย์ของเจ้าของเดิมต่ำกว่า มีเวลาต่อสู้ในชั้นศาลสูงกว่ามาก พลาดวันเดียวก็หลุดได้

ใครที่กำลังดูทรัพย์ที่ติดภาระจำนองอยู่ อ่านรายละเอียดเพิ่มได้ที่ ซื้อที่ดินติดจำนอง ต้องระวังอะไร

พ.ร.บ. ขายฝาก 2562 คุ้มครองผู้ขายฝากอย่างไร?

หากทรัพย์ที่ขายฝากเป็น ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย และผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดา สัญญาจะอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 ซึ่งกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำที่ตกลงให้แย่กว่านี้ไม่ได้

  • กำหนดเวลาไถ่ต้องไม่น้อยกว่า 1 ปี และไม่เกิน 10 ปี หากสัญญาเขียนสั้นกว่า 1 ปี กฎหมายให้ถือว่ามีกำหนด 1 ปี และผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ก่อนครบกำหนดได้
  • สินไถ่มีเพดาน จะเกินราคาขายฝากบวกประโยชน์ตอบแทนร้อยละ 15 ต่อปีไม่ได้
  • ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งเตือนก่อนครบกำหนด เป็นหนังสือล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 เดือนแต่ไม่เกิน 6 เดือนก่อนวันครบกำหนดไถ่ หากไม่แจ้ง สิทธิไถ่ขยายออกไปอีก 6 เดือนโดยอัตโนมัติ
  • ผู้ขายฝากยังใช้ที่ดินต่อได้ มีสิทธิครอบครอง ใช้ประโยชน์ และเก็บดอกผล เช่น ผลผลิตทางการเกษตร ไปจนกว่าจะพ้นกำหนดไถ่ โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนให้ผู้ซื้อฝาก
  • ไถ่ด้วยการวางทรัพย์ได้ หากผู้ซื้อฝากบ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับสินไถ่ ผู้ขายฝากนำเงินไปวางต่อสำนักงานที่ดินหรือสำนักงานบังคับคดีภายในกำหนดเวลาไถ่ ก็ถือว่าไถ่โดยชอบแล้ว

ส่วนการขายฝากที่ดินเชิงพาณิชย์ หรือกรณีผู้ขายฝากเป็นนิติบุคคล จะใช้หลักทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งเพดานสินไถ่ร้อยละ 15 ต่อปีตามมาตรา 499 ยังคงคุ้มครองอยู่เช่นกัน

ขายฝากมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

การจดทะเบียนขายฝากเสียค่าใช้จ่ายทำนองเดียวกับการซื้อขายปกติ ได้แก่ ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนร้อยละ 2 ของราคาประเมินราชการ พร้อมภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และอากรแสตมป์หรือภาษีธุรกิจเฉพาะแล้วแต่กรณี ใครเป็นผู้จ่ายขึ้นอยู่กับการตกลงของคู่สัญญา ส่วนตอนไถ่ถอน ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนไถ่อยู่ที่แปลงละ 50 บาท แต่อาจมีภาระภาษีอากรเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ของกรมที่ดินและกรมสรรพากร ควรสอบถามสำนักงานที่ดินในพื้นที่ก่อนถึงวันทำธุรกรรมจริง

อ่านโครงสร้างค่าธรรมเนียมและภาษีการโอนแบบเต็ม ๆ ได้ที่ ค่าโอนที่ดิน ภาษี และค่าธรรมเนียม

ความเสี่ยงที่ต้องรู้ ทั้งฝั่งผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝาก

ฝั่งผู้ขายฝาก ความเสี่ยงใหญ่ที่สุดคือหมุนเงินไม่ทันวันครบกำหนดไถ่ เพราะที่ดินจะหลุดทั้งแปลงแม้เงินที่ได้จากการขายฝากจะเป็นเพียงเศษเสี้ยวของมูลค่าที่ดินจริง รองลงมาคือสัญญาที่เขียนสินไถ่หรือค่าตอบแทนเกินเพดานกฎหมาย และการถูกชักจูงให้เซ็น "ขายขาด" โดยอ้างว่าจะให้ซื้อคืนได้ภายหลัง ซึ่งไม่มีสิทธิไถ่ตามกฎหมายรองรับเลย

ฝั่งผู้รับซื้อฝากหรือผู้ซื้อทรัพย์หลุดขายฝาก ต้องตรวจสอบว่าพ้นกำหนดไถ่จริงหรือยัง โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ซื้อฝากเดิมไม่ได้ส่งหนังสือแจ้งเตือนตามกฎหมาย ซึ่งทำให้สิทธิไถ่ขยายออกไปอีก 6 เดือน รวมถึงตรวจว่ามีผู้อยู่อาศัยหรือผู้ทำประโยชน์ในที่ดินอยู่หรือไม่ และเทียบราคากับราคาประเมินราชการและราคาซื้อขายจริงในย่านนั้นก่อนตกลง

เช็คลิสต์ก่อนเซ็นสัญญาขายฝาก

  1. เช็คราคาประเมินราชการของแปลงก่อน เพื่อรู้ฐานมูลค่าและฐานค่าธรรมเนียม ดูวิธีได้ที่ เช็คราคาประเมินที่ดินกรมธนารักษ์
  2. อ่านสัญญาให้ครบทุกบรรทัด กำหนดเวลาไถ่ จำนวนสินไถ่ ใครถือโฉนด และค่าใช้จ่ายฝ่ายใดจ่าย
  3. จดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินเท่านั้น สัญญานอกระบบไม่มีผลทางกฎหมายและเปิดช่องให้ถูกโกง
  4. จดวันครบกำหนดไถ่และวางแผนเงินล่วงหน้า พร้อมเก็บหลักฐานการแจ้งเตือนของผู้ซื้อฝากไว้เสมอ
  5. ฝั่งผู้ซื้อ ตรวจหลังโฉนดและภาระผูกพัน รวมถึงสถานะการครอบครองจริงในพื้นที่ก่อนจ่ายเงิน

สำหรับคนที่มองหาทรัพย์ราคาน่าสนใจ นอกจากทรัพย์หลุดขายฝากแล้ว ยังมีทรัพย์ NPA ธนาคารและทรัพย์ขายทอดตลาดของกรมบังคับคดีเป็นทางเลือกที่มีข้อมูลเปิดเผยและตรวจสอบได้มากกว่า ค้นหาทรัพย์ NPA ทั่วประเทศบน TeedinIQ อ่านคู่มืออื่น ๆ ต่อได้ที่บล็อกความรู้ หรือดูแพ็กเกจการใช้งาน หากต้องการเครื่องมือช่วยกรองและเปรียบเทียบทรัพย์แบบครบวงจร

คำถามที่พบบ่อย

ขายฝากกับจำนองต่างกันอย่างไร

ต่างกันที่กรรมสิทธิ์ การจำนองกรรมสิทธิ์ยังเป็นของเจ้าของที่ดิน เจ้าหนี้ต้องฟ้องศาลบังคับจำนองและนำทรัพย์ขายทอดตลาดจึงจะได้เงิน ส่วนขายฝากกรรมสิทธิ์โอนไปเป็นของผู้ซื้อฝากทันทีตั้งแต่วันจดทะเบียน ถ้าผู้ขายฝากไม่ไถ่คืนภายในกำหนด ที่ดินหลุดเป็นของผู้ซื้อฝากโดยไม่ต้องฟ้องศาลเลย

ขายฝากบ้านหรือที่ดินแล้ว ยังอยู่อาศัยหรือทำกินต่อได้ไหม

ได้ หากเป็นที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยและผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดา พ.ร.บ. ขายฝาก พ.ศ. 2562 ให้ผู้ขายฝากมีสิทธิครอบครอง ใช้ประโยชน์ และเก็บดอกผลจากที่ดินต่อไปได้จนกว่าจะพ้นกำหนดเวลาไถ่ โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนให้ผู้ซื้อฝาก

ถ้าไถ่ถอนขายฝากไม่ทันกำหนดจะเกิดอะไรขึ้น

ที่ดินตกเป็นของผู้ซื้อฝากโดยสมบูรณ์ทันทีโดยไม่ต้องฟ้องศาล แต่สำหรับที่ดินเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยภายใต้ พ.ร.บ. 2562 ผู้ซื้อฝากมีหน้าที่แจ้งกำหนดไถ่เป็นหนังสือล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 เดือนแต่ไม่เกิน 6 เดือนก่อนครบกำหนด หากไม่แจ้ง สิทธิไถ่จะขยายออกไปอีก 6 เดือนโดยอัตโนมัติ

สินไถ่ขายฝากคิดผลตอบแทนได้สูงสุดเท่าไร

กฎหมายกำหนดเพดานไว้ว่าสินไถ่จะเกินราคาขายฝากบวกประโยชน์ตอบแทนในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีไม่ได้ หากสัญญาเขียนสูงกว่านั้น ผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ได้ในราคาตามเพดานที่กฎหมายกำหนด